มัตสึชิม่า...เสน่ห์ความงดงามแห่งเซนได


มัตสึชิม่า…เสน่ห์ความงดงามแห่งเซนได

มัตสึชิม่า (Matsushima) เป็นเมืองทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเซนได อ่าวมัตสึชิม่าได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 ดินแดนที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น ที่มีเกาะน้อยใหญ่อยู่ถึง 300 เกาะ เมื่อ พ.ศ. 2554 ก็เป็นอีกเมืองที่ได้รับความเสียหายจากสึนามิ สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งเสียหาย แต่ทางการและชาวเมืองก็บูรณะฟื้นฟูจนกลับมาสวยงามดังเดิมได้อีกครั้ง

มัตสึชิม่า เมืองที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยอดีต และในปัจจุบันยังคงความงามนั้นเอาไว้ ในปีค.ศ. 2013 อ่าวนี้ยังได้รับรางวัล “อ่าวที่งดงามที่สุดในโลก” รองจากอ่าวของมหาวิหารมงต์ ชาน มิเชล ที่ประเทศฝรั่งเศส และอ่าวซานฟรานซิสโก ของประเทศอเมริกา และเป็นอ่าวแรกของประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลนี้ ที่นี่จึงเป็นสถานีที่ซึ่งควรแวะไปเที่ยวชมมากที่สุดแห่งหนึ่งเมื่อท่านเดินทางมาถึงเมืองเซ็นได

มัตสึชิม่า เป็นเมืองท่องเที่ยวริมอ่าวมัตสึชิม่า ที่มีเกาะน้อยใหญ่มากมาย ด้วยเกาะน้อยใหญ่พวกนี้ช่วยลดแรงกระแทกของคลื่นยักษ์ ทำให้มัตสึชิมะได้รับผลกระทบจากสึนามิ ปี 2011 ไม่มากเท่ากับเมืองริมทะเลอื่นๆในแถบนี้  และเป็นแหล่งเลี้ยงหอยนางรมด้วย โดยมีเมนูแนะนำ ก็คือ “Kaki Fried” เซทหอยนางรมชุบแป้งทอด หวาน สด อร่อยที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนที่นี่ หรือจะกินหอยนางรมย่าง บีบเลมอนนิดก็อร่อยไม่แพ้กัน เดินเล่มชมบรรยากาศพร้อมรับประทานอาหารแสนอร่อยก็สามารถทำให้ลืมเวลาไปได้แบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

ไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่มัตสึชิม่า คือ การนั่งเรือชมอ่าวและป้อนอาหารให้นกนางนวล โดยการซื้อตั๋วเรือ “Shiogama Sightseeing Cruise” ชมอ่าวแล้วไปลงอีกฟากนึงที่ Shiogama Pier เรือจะวิ่งพาผ่านเกาะต่างๆ รวมถึงไฮไลท์ต่างๆ ของอ่าว ซึ่งมีบริการไกด์มีบรรยายประกอบเป็นภาษาญี่ปุ่น ในหนึ่งรอบระยะทาง 17 กิโลเมตร ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 25-50 นาที โดยจะสามารถมองเห็นหมู่เกาะน้อยใหญ่บนอ่าวมัตสึชิม่าได้อย่างเด่นชัดกว่า 100 เกาะ จากทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 260 เกาะ

อ่าวมัตสึชิม่ามีนกนางนวล (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “คาโมเมะ” kamome) ให้ได้นั่งเรือชมอ่าวและเลี้ยงอาหารด้วยฮานามิกันอย่างเพลิดเพลิน สร้างบรรยากาศให้การล่องเรือดูมีสีสันเพิ่มมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

นอกจากนี้ที่เมืองมัตสึชิม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น เกาะโอชิม่า (Oshima Island) เกาะที่มีสะพานข้ามไปยังเกาะที่ทอดจากฝั่งยาวประมาณ 20 เมตร เป็นสะพานสีแดงที่มีชื่อว่า โทเงทสึเคียว สมัยก่อนเกาะโอชิม่าเป็นที่หลบภัยของนักบวช ที่บนเกาะนี้มีถ้ำหินเจาะเป็นโพรงทั้งเล็กและใหญ่จำนวนกว่า 50 แห่ง มีพระพุทธรูปหินประดิษฐานอยู่ภายใน ถ้ำบางถ้ำเป็นสถูปหรือเจดีย์หิน ซึ่งแต่เดิมมีถ้ำอยู่ถึง 108 ถ้ำ

ศาลเจ้าโกไดโด (Godaido Shrine) แห่งมัตสึชิม่า ถูกสร้างในปี พ.ศ.1350 ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าถึง 5 องค์ แต่หลังที่เห็นกันในปัจจุบันดาเตะ มาซามุเนะได้สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2147 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโมโมยามะ สร้างด้วยไม้ มีระเบียงทั้งสี่ด้าน การข้ามไปศาลเจ้าจะมีสะพานช่วงสั้นๆ 3 ช่วง สองช่วงก่อนถึงศาลเจ้าเรียกว่า ซึคาชิบาชิ สร้างจากไม้ เว้นช่องระหว่างไม้กระดาน เมื่อเดินข้ามจะมองเห็นพื้นน้ำด้านล่าง มักมีคู่รักมาจูงเมื่อข้ามสะพานเพราะเชื่อว่า จะทำให้สานสัมพันธ์แห่งรักแนบแน่นยิ่งขึ้น

 

ขอขอบคุณ เนื้อหา จาก talonjapan.com และ ภาพสวยๆจาก flickr.com

 

รับชมโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น คลิกที่นี่

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-661-9399 หรือ Line: @EliteHoliday

Visitors: 667,009