สีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง...อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว


สีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง…อุทยานจิ่วจ้ายโกว

จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) ตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอจิ่วจ้ายโกว จังหวัดอาป้า ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือเสฉวน อยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 330 กิโลเมตร ถือเป็นส่วนหนึ่งของเทศมณฑลหนานปิง ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาป้า คำว่า จิ่วจ้ายโกว ในภาษาจีนนั้นหมายถึง ธารน้ำเก้าหมู่บ้าน (จิ่ว = เก้า, จ้าย = หมู่บ้าน, โกว = แควหรือธารน้ำ) เนื่องจากแต่เดิมนั้น จิ่วจ้ายโกวนั้น มีหมู่บ้านชาวทิเบตอยู่ 9 หมู่บ้าน อาศัยอยู่ริมธารน้ำเหล่านี้ เนื่องจากชาวทิเบตนับถือภูเขา ธารน้ำ จิ่วจ้ายโกว จึงได้รับการเคารพจากชาวทิเบตว่าเป็นขุนเขาธารน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ จิ่วจ้ายโกวในสมัยก่อนเรียกว่า หยางโต้ หรือ “หมู่บ้านแห่งชนชาวทิเบตเก้าหมู่บ้าน” ซึ่งกระจายอยู่ในอุทยาน เป็นที่มาของชื่ออุทยานจิ่วจ้ายโกว ได้แก่ หมู่บ้านผานซิ่ง ยื่อจื่อ กู้วา ผานย่า จื่อจาวา เฮย เจี่ยว ซู่เจิ้น และฮือเยี่ยกับจาหยู

จิ่วจ้ายโกว ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้โบราณที่ครอบคลุมอาณาบริเวณในจิ่วไจ้โกวเกินกว่าครึ่งของพื้นที่ แน่นครึ้มไปด้วยพืชพรรณแมกไม้หลายหลาก ทั้งยังเป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์ป่าและนกนานาชนิด และเนื่องจากสภาพภูมิอากาศมีความแตกต่างกัน ดังนั้นชนิดหรือพันธุ์พืชก็แตกต่างไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์ และอากาศ นับตั้งแต่พันธุ์ไม้โบราณ พันธุ์ไม้หายาก พันธุ์ไม้ที่ขึ้นในป่าดิบชื้น พันธุ์ไม้ที่ผ่านการปรับตัวทางพันธุกรรม และเฟิร์นชนิดต่าง ๆ ที่มีคุณค่ามากมาย ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าธรรมชาติกว่า 3 พันตารางกิโลเมตร สัตว์และพันธุ์พืชกว่า 2,000 ชนิด สัตว์อนุรักษ์อีก 17 ชนิด รวมทั้งสัตว์สงวนอย่าง แพนด้า กระทิง ค่างขนทอง ละมั่งลายจุด กวางปากขาว แพนด้าจิ๋ว ลิงกัง ไก่ฟ้า ห่านฟ้า เป็นต้น

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง คือประมาณช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและจากชาวจีนเองก็นิยมมาจิ่วจ้ายโกว เพื่อชมความสวยงาม และซึมซับบรรยากาศที่อุทยานธารสวรรค์แห่งนี้ แต่ถ้าหากมาเยือนหลังจากช่วงเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน ใบไม้จะร่วงใกล้หมดแล้ว และจะมีหิมะสีขาวโพลนเข้ามาแทนที่

ในสมัยก่อน จิ่วจ้ายโกวมีแต่ทางม้ากับทางภูเขา ชาวทิเบตดำรงชีวิตอย่างพอมีพอกิน ไม่มีการติดต่อกับโลกภายนอก แต่ไม่ได้มีการสำรวจอย่างเป็นทางการจนกระทั่งปี พ.ศ. 2515 มีการทำธุรกิจตัดไม้อย่างหนักจนถึงปี พ.ศ. 2522 ซึ่งรัฐบาลจีนได้สั่งห้ามกิจการดังกล่าว และประกาศพื้นที่นี้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2525 จนกระทั่ง พ.ศ. 2527 จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยการวางกฎระเบียบและสถานที่ต่างๆภายในอุทยานเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2531 และในปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกได้ประกาศพื้นที่นี้ให้เป็นมรดกโลก และเป็น World Biosphere Reserve ใน พ.ศ. 2540 ซึ่งในอุทยานจิ่วจ้ายโกวประกอบด้วยทะเลสาบด้วยกันหลายแห่ง ได้แก่

ทะเลสาบแรด สูงจากระดับน้ำทะเล 2,315 เมตร น้ำลึกโดยเฉลี่ย 12 เมตร ยาวราว 2 กิโลเมตร มีพื้นที่ 200,000 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ เสน่ห์อันน่าประทับใจของทะเลสาบนี้คือ หมู่เมฆและสายหมอกที่สะท้อนทะเลสาบแรดจนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนที่เป็นท้องฟ้า ความเปลี่ยนแปลงของทั้งเมฆและหมอกในทุกๆ เช้า นอกจากนี้ทะเลสาบแรดเป็นทะเลสาบเดียวที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวล่องเรือยอชต์ได้

ทะเลสาบนกยูง มีความยาว 310 เมตร มีรูปร่างลักษณะคล้ายนกยูง ทะเลสาบนกยูงสีฟ้าอมน้ำเงินในบริเวณน้ำลึก และกลับกลายเป็นสีเขียวมรกตในบริเวณน้ำตื้น และส่องประกายเป็นสีทองยามสะท้อนกับแสงแดดพราย ตัวทะเลสาบนั้นอิงแอบในอ้อมกอดของหุบเขาที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้พงไพรยิ่งในยามฤดูใบไม้ผลินั้น สีสันแดงอมน้ำตาลของใบไม้ที่ร่วงหล่นในทะเลสาบ เรียงรายประดับประดาจนคล้ายกับนกยูงรำแพน

ทะเลสาบหมีแพนด้า มีความลึกโดยเฉลี่ย 14 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 2,587 เมตร ทะเลสาบแพนด้าจึงเป็นหนึ่งในสองทะเลสาบของจิ่วจ้ายโกวที่ผิวน้ำจับตัวเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว ระดับน้ำของทะเลสาบมีการเปลี่ยนแปลง เสมอ เนื่องจากใต้น้ำมีทางไหลไปยัง น้ำตกแพนด้า ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน น้ำในทะเลสาบมีใสมีโทนเขียวและน้ำเงินสลับกันอย่างลงตัว ในวันที่แสงแดดดี ฟ้าและเมฆขาวสะท้อนในทะเลสาบ รวมทั้งภาพกลับหัวของหน้าผาที่สะท้อนในทะเลสาบ และหินสีขาวแทรกแซมลวดลายดำในทะเลสาบ ทำให้ทะเลสาบแพนด้าสถานที่น่าสนใจและสวยงาม

น้ำตกธารไข่มุก หรือน้ำตกนู่รื่อหลาง ซึ่งเป็นภาษาทิเบต แปลว่า ยิ่งใหญ่และอัศจรรย์ น้ำตกธารไข่มุกสูงจากระดับน้ำทะเล 2,433 เมตร กว้างราว 160 เมตร มีพื้นที่ 9.5 หมื่นตารางเมตร เป็นน้ำตกธารหินปูน มีรูปทรงเป็นรูปพัด เป็นน้ำตกที่ไหลผ่านถ้ำลำธารใหญ่ มีสายน้ำที่ทอดธารลดหลั่นยาวถึง 310 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความงามราวกับเส้นไข่มุก และเคยเป็นจุดที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ไซอิ๋ว น้ำตกนี้ถือเป็นน้ำตกที่กว้างทีสุดในจิ่วจ้ายโกว ด้านบนของน้ำตกธารไข่มุกเป็นที่ราบ สายน้ำไหลลัดเลาะ ลงสู่พื้นด้านล่างเกิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมน้ำตกธารไข่มุกคือตอนเช้า เพราะจะได้เห็นละอองน้ำต้องประกายแสงอาทิตย์ทอเป็นสายรุ้งอันวิจิตร

 

Visitors: 265,473