หวงซาน...หุบเขาในม่านเมฆ


หวงซาน…หุบเขาในม่านเมฆ

เทือกเขาหวงซาน (Huangshan) ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศจีน ในเขตมณฑลอันฮุย อยู่ในเขตอากาศโซนร้อนแถบเอเชีย ยอดเขามีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,864 เมตร เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงหุบลึก สภาพอากาศที่ตีนเขาและบนยอดเขามีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน ประกอบกับรัศมีการส่องของแสงอาทิตย์มายังเนินเขาทางทิศเหนือและใต้ ก็แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้เกิดทัศนียภาพทะเลเมฆและหมอก ความชื้นสูง ปริมาณน้ำฝนสูง ซึ่งกลายเป็นลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ของเขาหวงซาน

ภายในอาณาบริเวณร่วม 1,200 ตร.กม. มีพื้นที่กว่า 154 ตร.กม.ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ‘หวงซัน 500 ลี้’ ซึ่งเป็นดินแดนสุดยอดของเขาหวงซาน อุดมด้วยความงามทั้ง 4 ประการ ได้แก่ ‘สนประหลาด หินพิสดาร มหัศจรรย์ทะเลเมฆ และแหล่งน้ำพุร้อน’ ที่ถือเป็นชื่อเสียงของเขาหวงซานแห่งนี้

เขาหวงซาน ชื่อเดิม ‘อีซัน’ ชื่อเดียวกับอำเภออีเสี้ยนของมณฑลอันฮุย ภายหลังในสมัยราชวงศ์ถัง รัชสมัยถังเทียนเป่าปีที่ 6 (ค.ศ.747) วันที่ 16 มิถุนายน เปลี่ยนชื่อเป็น ‘หวงซาน’ ซึ่งแปลว่า ‘ภูเหลือง’ ตามตำนานของกษัตริย์เหลือง ที่มาประทับบนเขานี้เพื่อบำเพ็ญตบะเป็นเซียน ในวันนี้จึงกลายเป็นวันเกิดของเขาหวงซานในที่สุด

นอกเหนือจากความงามตามธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่พักผ่อน และตากอากาศ และเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมความเชื่อของศาสนาเต๋าและพุทธที่สำคัญอีกด้วย

เขาหวงซานกับความเชื่อทางศาสนามีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างแนบแน่น จากบันทึกในสมัยราชวงศ์ถัง ที่กล่าวถึงตำนานในศาสนาเต๋า ที่กล่าวถึงการขึ้นเขามากลั่นยาอายุวัฒนะ หรือการบำเพ็ญพรตเพื่อเป็นเซียนของกษัตริย์เหลือง รวมไปถึงนักพรตเต๋าอีกหลายท่าน ตำนานหลายเรื่องได้กลายเป็นที่มาของชื่อยอดเขาต่างๆบนเขาหวงซานในปัจจุบัน อารามเต๋าเก่าแก่ที่อยู่บนเขาหวงซาน คือ อารามฝูชิว อารามจิ่วหลง เป็นต้น ในปลายสมัยราชวงศ์ซ่ง นักพรตจางอิ่นขึ้นเขาหวงซานมาบำเพ็ญพรต ยังได้ริเริ่มก่อสร้างลานเต๋าซงกู่ขึ้น จนเมื่อปลายสมัยราชวงศ์หมิง ก็ไม่มีร่องรอยของกิจกรรมของศาสนาเต๋าบนเขาหวงซานอีกเลย

ด้านศาสนาพุทธนั้น เข้ามาสู่ดินแดนเขาหวงซานเมื่อสมัยราชวงศ์ใต้ (ราชวงศ์ใต้ราชวงศ์เหนือ ค.ศ.420-589) มีการสร้างวัดพุทธถึง 100 กว่าแห่ง โดยในจำนวนนี้มี วัดเสียงฝู วัดฉือกวง และวัดชุ่ยเวย และวิหารจื้อปอฉาน เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ยังมีมรดกทางด้านศิลปะวรรณกรรม ที่กล่าวถึงคุณค่าความงามตามธรรมชาติของเขาหวงซาน โดยเฉพาะช่วงเวลาราว 1,200 ปี นับตั้งแต่ยุคเฟื่องฟูของสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) มาจนถึงราชวงศ์ชิงตอนปลาย มีการสร้างผลงานการประพันธ์ของกวี และงานศิลปะภาพเขียนในแต่ละยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง ศิลปะแขนงภาพเขียนทิวทัศน์มีอยู่จำนวนมากจนรวบรวมเป็นกลุ่ม ‘ภาพเขียนสายหวงซาน’

สภาพทางธรณีของเขาหวงซาน ได้ผ่านกาลเวลาของการยกตัวของเปลือกโลก และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของธารน้ำแข็ง มาเนิ่นนาน จนกลายมาเป็น ‘ป่ายอดเขา’ ดังที่เห็นในปัจจุบัน และยังมีการพบร่องรอยธารน้ำแข็ง ซึ่งกระจายอยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้หน้าเขา ปัจจุบันกลายมาเป็นหุบเขารูปตัว U และตัว V หวงซาน ประกอบด้วยยอดเขาใหญ่ 36 ยอด ยอดเล็ก 36 ยอด ยอดเขาหลักมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,864 เมตร รายล้อมด้วยภูเขาสูงต่ำแผ่ขยายกว้างใหญ่สุดตาราวกับคลื่นในมหาสมุทร

เขาหวงซานยังอุดมด้วยทรัพยากรน้ำ เนื่องจากเป็นแหล่งที่แม่น้ำสาขาของแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) และแม่น้ำเฉียนถังเจียง ไหลผ่าน ก่อเกิดเป็นธารน้ำและแหล่งน้ำหลายสาย ระดับความสูงแตกต่างกันมากของเขาหวงซาน ทำให้น้ำบนเขาพุ่งกระจายตกลงมาเป็นน้ำตก สระน้ำ และน้ำพุ ลดหลั่นเกิดเป็นทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังแหล่งทรัพยากรพืชและสัตว์ที่สำคัญ เขาหวงซานมีพื้นที่ป่าปกคลุมถึง 56% เป็นพื้นที่พันธุ์พืช 83% และยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า 1,452 ชนิด บางชนิดอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองของจีน

และมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า คู่รักที่มาเยือนเขาหวงซาน จะนำกุญแจมาด้วยคู่ละ2 อัน เมื่อขึ้นถึงยอดเขาจะคล้องแม่กุญแจไว้กับโซ่บนยอดนั้น แล้วโยนลูกกุญแจลงเขาไป เหมือนกับเป็นการให้คำมั่นสัญญาระหว่างกันว่า ความรักของหนุ่มสาวจะยืนยงตลอดไป ถึงแม้ในความเป็นจริง คู่รักหลายคู่เมื่อลงจากหวงซานจะต้องมีอันจากพรากและเลิกร้างกันไป แต่เรื่องโรแมนติกนี้ยังเป็นที่นิยมปฏิบัติกันสืบมา ในกลุ่มคู่รักชาวจีนและชาวต่างประเทศ ราวกับประเพณีที่อยู่คู่กับเขาหวงซานไปแล้ว และด้วยมนต์ขลังของม่านเมฆ ไออุ่นของน้ำพุร้อน ฉากทิวไม้งามและหินประหลาดน่าฉงน และอำนาจของลมเย็นยะเยือก ที่ก่อตัวขึ้นเป็นบรรยากาศความโรแมนติกบนภูสูงนั่นก็เช่นกัน ที่ชวนให้ผู้มาเยือนหวงซานเคลิบเคลิ้มในห้วงรักไม่เสื่อมคลาย…

 

Visitors: 265,473